กำเนิดหมึกนำไฟฟ้า-ปฏิวัติสิ่งพิมพ์ไทย

 อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและศักยภาพของการแข่งขันของประเทศในทุกระดับ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่กำลังประสบกับภาวะความนิยม “ขาลง” เนื่องด้วยด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีหลากหลายประเภทมากขึ้น อีกทั้งรวดเร็วและฉับไวกว่า จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยจะต้องเร่งคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์อย่างเร่งด่วน

ด้วยเหตุนี้ สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. (NSTDA) ภายใต้การควบคุมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้เปิดศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ หรือ โทปิค (TOPIC: Thailand Organic & Printed Electronics Innovation Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตนวัตกรรมใหม่ในด้านดังกล่าว ทั้งยังมุ่งเน้นความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมการพิมพ์ของไทยให้ก้าวสู่นวัตกรรมแห่งโลกอนาคต และผู้นำนวัตกรรมสิ่งพิมพ์อัจฉริยะแห่งประชาคมอาเซียน

โดยภายในงานมี ดร.ทวีศักดิ์ ก่ออนันตกูล ผู้อำนวยการสวทช.เป็นประธาน และได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมนำร่องใหม่ๆ ได้แก่ “หมึกพิมพ์นำไฟฟ้า” โดยสังเคราะห์ขึ้นจากสาร “กราฟีน” ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโมเลกุลคาร์บอน มีคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้ สามารถตีพิมพ์ลงบนพื้นผิวได้หลายชนิด เช่น กระดาษ และแผ่นพลาสติก ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่

อาทิ “บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ” (Smart Package) ที่สามารถแสดงข้อมูลหรือภาพเคลื่อนไหวบนหีบห่อ และส่งข้อมูลความพอใจของลูกค้ากลับมายังผู้ผลิตได้ “หมึกพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์” (E-ink) ที่นำไปใช้ในแผ่นป้ายเก็บข้อมูล ที่ใช้คลื่นวิทยุเป็นสื่อพาหะ หรือ อาร์เอฟไอดี แทนเทคโนโลยีเดิมที่ต้องใช้โลหะทองแดง ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ และมีต้นทุนสูงกว่า “กระดาษอัจฉริยะ” (E-paper) ที่สามารถแสดงข้อมูลหรือภาพเคลื่อนไหวบนแผ่นพลาสติก สามารถโค้งงอได้ นอกจากนี้ ยังมีสารเปล่งแสงที่ใช้ในจอแสดงผลชนิด “โอแอลอีดี” ซึ่งใช้พลังงานและมีต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ให้ภาพที่คมชัด สีสันสวยสดใสมากขึ้น

รวมทั้ง “ฟิล์มสุริยะ” คือ แผ่นฟิล์มบางที่ทำหน้าที่เหมือนแผงรับพลังงานสุริยะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า “แบตเตอรี่บาง” ที่มีความบางเพียงความหนาของกระดาษในปัจจุบัน ตลอดจนตัวตรวจวัดทางการแพทย์ที่มีราคาถูก จนสามารถใช้แล้วทิ้งได้ เช่น ตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด และสารพิษตกค้างในอาหาร

ในโอกาสนี้ สวทช. ของไทยได้รับเกียรติให้เข้าเป็นสมาชิก “สมาคมอุตสาหกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์” หรือ โออี-เอ ภายใต้สมาพันธ์วิศวกรรมแห่งประเทศเยอรมันนี หรือ วีดีเอ็มเอ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศลำดับที่ 4 ในทวีปเอเชียที่เข้าเป็นสมาชิกของโออี-เอ หลังประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

ศาสตราจารย์ ไรน์ฮาร์ด เบอร์แมน ตัวแทนคณะผู้บริหารสมาคมโออี-เอ กล่าวว่า โออี-เอ ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2547 โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้งเป็นสถาบันวิจัยและบริษัทเอกชนกว่า 10 องค์กร โดยมีเป้าหมาย คือ การสร้างเครือข่ายการพัฒนาและผลักดันเทคโนโลยีดังกล่าว ในระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 188 องค์กร จากหลายประเทศทั่วโลก โดยประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นสมาชิกโออี-เอ คือการได้พบกับนักวิจัยจากองค์กรอื่น เครือข่ายธุรกิจและอุตสาหกรรมจากทั่วโลกที่จะร่วมกันผลักดันเทคโนโลยีรักษาสิ่งแวดล้อมนี้ออกมาสู่ผู้บริโภค

ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ หัวหน้าคณะนักวิจัยผู้คิดค้นหมึกพิมพ์นำไฟฟ้า ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค กล่าวว่า หมึกนำไฟฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ทางไฟฟ้าเคมีแบบพิเศษชนิดใหม่ ซึ่งจะไม่มีออกซิเจนตกค้างอยู่ ส่งผลให้ศักยภาพการนำไฟฟ้าสูงกว่า แตกต่างจากหมึกนำไฟฟ้าที่ต่างประเทศคิดค้นขึ้นก่อนหน้า ทางสวทช.จึงได้จดสิทธิบัตรหมึกพิมพ์นำไฟฟ้าชนิดนี้แล้ว

ซึ่งขณะนี้ มีบริษัท “อินโนฟีน” ของคนไทย ได้ขอเช่าสิทธิในการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว นับเป็นองค์กรภาคเอกชนแห่งที่ 2 ของโลก ขณะที่ผลงานในปีหน้า ทางคณะนักวิจัยคาดว่า จะสามารถคิดค้นแบตเตอรี่แบบบางที่ใช้พิมพ์ลงบนกระดาษ เซ็นเซอร์ตรวจวัดทางการแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง และกระจกเปลี่ยนสีได้ ร่วมกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ นาโนเทค

10 เทคโนโลยีใหม่ที่ควรติดตามในสัปดาห์นี้

Facebook

กำลังจะเปิดแถลงข่าวที่เกี่ยวกับ Android OS ในสัปดาห์หน้าซึ่งเป็นทีโจษจันกันอย่างหนักในขณะนี้ ฤาเราจะได้ยลโทรศัพท์มือถือ facebook มหัศจรรย์ในตำนาน อย่างที่ได้ร่ำลือกัน

Google Glass

ได้เลือกกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มแรกแล้ว โดยคัดเลือกจาก กลุ่มคนที่มีสามารถคิดค้นวิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตให้โดดเด่น หากเขาได้ใช้งานก่อนใคร

T-Mobile

ยกเลิกสัญญาโทรศัพท์มือถือแบบผูกสัญญาค่าบริการไปเป็นการผ่อนชำระ ที่แสดงถึงความพยายามที่จะอยู่ในการแข่งขันในตลาดสหรัฐ

ผ้าคลุมล่องหน

(ให้นึกถึงผ้าคลุมล่องหนในเรื่องแฮรี พอตเตอร์)ความฝันของพวกถ้ำมอง เมื่อนักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในความพยายามอีกก้าวหนึ่งจาก มหาวิทยาลัยเท็กซัส โดยนาย อัสตินได้พัฒนาจอแสดงผลขนาดบางมากเพื่อหลอกตาผู้ใช้ว่าวัตถุที่อยู่ข้างหลังสามารถล่องหนได้ ซึ่งเขาเรียกเครื่องมือนี้ว่า “metascreen”

Ultrabook จาก Samsung Series 9

เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเครื่องอัลตร้าบุ๊คที่มีขุมพลังในขนาดที่บางและการดีไซน์ที่เนี๊ยบ ซึ่งที่ผ่านมาถูกข่าว Surface กลบทับจนมิด ขณะนี้ Series 9 ของ Samsung ได้พัฒนาจนเรียกได้ว่าสูสีกันเลยทีเดียว

Activision Engine

Activision แสดงศิลป์แห่งการเรนเดอร์ภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ ซึ่งได้ปล่อยวิดีโอเดโมแสดงอากัปกิริยาของใบหน้าตัวละคร ซึ่งทั้งผิวหนัง การแสดงอารมณ์และการแสดงออกทางสายตานั้นเหมือนจริงจนน่าประหลาดใจ

FAA อนุญาติให้ใช้ “airplane mode”

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่โดยสารโดยเครื่องบินเป็นประจำ ซึ่งในภายในปีหน้า (2014) ท่านไม่ต้องหงุดหงิดกับการปิดเครื่องมือพกพาขณะเครื่องขึ้น หรือลงจอดเมื่อ FAA ออกมาประกาศว่าแค่เพียงแค่เปิดเครื่องเล่น หรืออุปกรณ์พกพาต่างๆ ให้อยู่ใน “airplane mode” เท่านั้น

เครื่องบินกำลังมนุษย์

Kenneth Huff และเพื่อนร่วมชั้นได้ร่วมกันสร้าง “เครื่องบินกำลังมนุษย์” และพวกเขาได้สร้างแบบจำลองออกมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2011 ซึ่งแม้ว่ามันจะยังบินไม่ได้จริงแต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมครั้งใหญ่ของมวลมนุษย์

Ouya

เครื่องเล่นเกมส์จากโครงการ Kickstarter พลังแอนดรอยด์เริ่มส่งถึงมือผู้สนับสนุนงบประมาณเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีเกมส์ที่สามารถดาวน์โหลดได้แล้ว 104 เกมส์ (ที่ใช้จอยบังคับได้) เกมส์เหล่านี้รวมถึง final fantasy III, Beast Boxing Turbo และ Stalagflight

เครื่องปรินท์ 3D

(ไม่ใช่พิมพ์รูป 3มิติ) แต่เป็นเครื่องที่สามารถพิมพ์วัสดุออกมาตามรูปทรงที่ใส่เข้าไป โดยสามารถเลือกใช้วัสดุที่ต้องการใช้ในการก๊อปปี้ได้ ถือเป็นความสำเร็จที่ผู้ใช้งานตามบ้านสามารถเป็นเจ้าของได้

เชื้อเพลิงน้ำมันสังเคราะห์

การแปรรูปขยะและพลาสติกเป็นน้ำมัน   ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการขยายตัวของจำนวนประชากรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ความต้องการใช้ พลังงานของประเทศเพิ่มสูงขึ้นติดต่อกันมาหลายปี และประเทศต้องนำเข้าพลังงานสูงมากโดยกว่าร้อยละ 50 เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป จากข้อเท็จจริงข้างต้นทำให้แนวคิดการพัฒนาพลังงานทดแทน ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติ เทคโนโลยีต่างๆ ได้ถูกคิดค้นและนำมาประยุกต์ใช้

ทิศทางการส่งเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนในประเทศสามารถ สรุปรูปแบบของการพัฒนาได้เป็น 2 ส่วนหลัก

ส่วนแรก คือ พลังงานทดแทนที่ใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงประกอบด้วย

พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานลม

พลังงานชีวมวล

พลังงานก๊าซชีวภาพ

พลังงานขยะ

พลังงานน้ำจากเขื่อนขนาดเล็ก

ส่วนที่สอง คือ พลังงานทดแทนที่ผลิตใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงประกอบด้วย

เอทานอล (แก๊สโซฮอล์)

ไบโอดีเซล

NGV

น้ำมันจากขยะพลาสติก

ปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อกระบวนการผลิตและรายละเอียดอื่นๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ “เชื้อเพลิงน้ำมันสังเคราะห์”

กระบวนการผลิตฟลายนิทควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ จึงสามารถเพิ่มความซับซ้อนในขั้นตอนการถักทอไปจนถึงการใส่รายละเอียดลงไปได้อย่างสะดวกสบาย การถักทอที่ไร้รอยตะเข็บยังช่วยให้สร้างลวดลายและสีสันได้ตามที่ต้องการ ขณะที่องค์ประกอบแทบทุกชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็นพื้นหรือลิ้นรองเท้า ไปจนถึงรูระบายอากาศต่างๆ จะถูกผลิตขึ้นร่วมเป็นชิ้นเดียวกันซึ่งปัจจุบันมีบริษัท  Stoll จากเยอรมนี และ Shima Seki จากญี่ปุ่นเป็นกลุ่มผู้นำในการพัฒนาเทคนิคการถักทอเส้นใยที่ว่านี้  ด้วยการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เปิดให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์รูปทรงและโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ ต่างๆได้แทบทุกประเภท เพราะผู้บริโภคจะเข้ามามีส่วนร่วมกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย เช่นเดียวกับระบบการพิมพ์แบบสามิติ (3D printing) ที่ต่างก็เป็นกระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์โดยใช้วัสดุเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง และยังเป็นเทคนิคที่เปิดให้ผู้ใช้คนสุดท้ายสามารถปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ก่อนการผลิตจริง

แอลอีดีแนวใหม่ ทางเลือกในการประหยัดพลังงาน

“พลาสติกจะกลายเป็นอนาคตของหลอดไฟ” บริษัทไซเบอร์ลักซ์ กล่าว

บริษัทไซเบอร์ลักซ์ ผู้นำเทคโนโลยีไดโอดส่องแสง (light-emitting diodes) หรือแอลอีดี (LEDs) ในสหรัฐอเมริกา กำลังวางแผนเปิดตัวต้นแบบแอลอีดีชนิดแสงสีขาวภายในสี่เดือนนี้ ทางบริษัทเชื่อว่า แอลอีดีแบบใหม่นี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตรวมทั้งให้กำลังแสงสว่างมากกว่าหลอด ไฟทั่วไป ประธานบริษัทไซเบอร์ลักซ์ นาย มาร์ค ชมิทซ์ เชื่อว่า จุดเด่นสองอย่างนี้จะทำให้แสงสว่างจากแอลอีดีซึ่งปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้าง สูง สามารถแข่งขันกับหลอดไฟทั่วไป เช่น หลอดแก้วหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ในตลาดได้ ด้วยเทคโนโลยีแอลดีอีในขณะนี้ ผู้บริโภคจะต้องจ่ายมากกว่า 5 ดอลล่าร์ สำหรับชิพของแอลอีดีทั่วไป หากต้องการนำแอลอีดีมาใช้กับไฟฉายหรือตะเกียง ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าอุปกรณ์อื่นๆเพิ่ม

เติมอีกมากถึง 10 ดอลล่าร์

เทคโนโลยีของแอลอีดีชนิดใหม่นี้ คิดค้นโดย นาย สตีเวน เดนบาร์ ผู้สนับสนุนการนำแอลอีดีมาใช้แทนหลอดไฟทั่วไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก และนาย อลัน ฮีเกอร์ เจ้าของรางวัลโนเบล แอลดีอีนี้ เป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย

แคลิฟอร์เนีย ซานต้าบาบาร่า และ Rensselaer Polytechnic Institute

แอลอีดีแสงขาวที่ใช้อยู่ทั่วไปนั้น ในความเป็นจริงแล้ว สารกึ่งตัวนำจะปล่อยแสงสีฟ้า ซึ่งจะเดินทางผ่านสารเรืองแสงเพื่อให้แสงสีขาวออกมาแทน สารเรืองแสงนั้นจะเคลือบอยู่บนฐานซึ่งจะต้องถูกวางในมุมและตำแหน่งที่เหมาะ สมใกล้กับสารกึ่งตัวนำ เนื่องจากการติดตั้งสารเรืองแสงเป็นเรื่องที่ยากและต้องการความถูกต้องสูง การติดตั้งสารเรืองแสงจึงเป็นกระบวนการที่มีราคาแพงที่สุดในการผลิตแอลอีดี นาย ชมิทซ์ กล่าว

ในแอลอีดีต้นแบบรูปแบบใหม่นี้ แผ่นพลาสติกชนิดพิเศษได้ถูกนำมาแทนที่ฐาน ซึ่งเคลือบด้วยสารเรืองแสง แผ่นพลาสติกชนิดนี้จะทำหน้าที่เหมือนกับห่อสูญญากาศกักโฟตอนให้วิ่งผ่านสารเรืองแสงมากขึ้น ส่งผลให้แอลอีดีแบบใหม่นี้ให้ความสว่างมากขึ้นด้วยปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ เท่ากัน เมื่อเทียบกันกับหลอดแก้วทั่วไปซึ่งมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นแสงสว่างเพียง 5% หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ไม่ได้รับความนิยมมากนักในครัวเรือน บริษัทไซเบอร์ลักซ์เชื่อว่า แอลอีดีแบบใหม่นี้ จะเอาชนะหลอดฟลูออเรสเซนต์ได้แน่นอน

การที่จะนำพลาสติกมาใช้ในแอลอีดีได้นั้น จะต้องมีการปรับปรุงรูปแบบของแอลอีดีทั่วไปเล็กน้อย เนื่องจากความร้อนจากการทำงานของแอลอีดีสามารถทำให้พลาสติกละลายได้ แอลอีดีรูปแบบใหม่ จึงต้องมีขนาดใหญ่กว่าแอลอีดีเดิมเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น แอลอีดีของบริษัทไซเบอร์ลักซ์ จะมีอายุการใช้งานนาน 25,000-75,000 ชั่วโมง ซึ่งสั้นกว่าแอลอีดีทั่วไปแต่ยาวกว่าหลอดไฟธรรมดา

นาย เดนบาร์ เคยกล่าวไว้ว่า ถ้า 25% ของหลอดไฟทั่วสหรัฐฯ ถูกเปลี่ยนให้เป็น แอลอีดีประเภทนี้ ซึ่งให้ความสว่างถึง 150 ลูเมน สหรัฐฯจะลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้มากถึง 115,000 ล้านเหรียญ ภายใน ปี 2025 นั่นหมายความว่า ทางรัฐบาลไม่จำเป็นต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ 133 แห่ง และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซค์ในบรรยากาศได้ถึง 258 ล้านเมตริกตัน

เทคโนโลยีแห่งอนาคต ขับเคลื่อนสังคมโลกยุคใหม่!

ยักษ์สีฟ้า “ไอบีเอ็ม” บริษัทคอมพิวเตอร์และไอทีระดับโลก เผยรายงานคาดการณ์การใช้เทคโนโลยียุคใหม่พัฒนาสังคมโลกในแง่มุมต่าง ๆ ในอนาคตอีก 5 ปีนับจากนี้ ทั้งด้านพลังงาน การคมนาคม โครงสร้างสาธารณูปโภค งานวิศวกรรม รวมทั้งการปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน และรับมือภัยธรรมชาติ!

สู่ยุค “รถ” ไม่ง้อก๊าซ-น้ำมัน

ภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้า มีการคาดการณ์ว่าจะมีรถยนต์บนท้องถนนทั่วโลกมากกว่า 2,000 ล้านคัน ในขณะเดียวกัน รถยนต์รุ่นประหยัดพลังงานและรถยนต์ที่ใช้พลังงานลูกผสม หรือ “ไฮบริด” ก็จะมีใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่รองรับระบบขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ก็จะมีการพัฒนาอย่างกว้างขวางเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการใช้พลังงานอีก 5 ปีข้างหน้า คาดว่ารถยนต์-รถประจำทางจะไม่ต้องพึ่งพาการใช้พลังงานจากน้ำมันและก๊าซอีกต่อไป

เหตุเพราะรถยนต์อนาคตจะใช้พลังงานจาก “แบตเตอรี่” ชนิดใหม่ ซึ่งรองรับการใช้งานได้นานหลายวันหรือหลายเดือน ก่อนที่จะมีการชาร์จไฟอีกครั้ง ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับรถว่าใช้งานบ่อยแค่ไหน

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังออกแบบแบตเตอรี่ชนิดใหม่ ที่ทำให้รถยนต์วิ่งได้ไกลถึง 400-800 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่วิ่งได้แค่ 80-160 กิโลเมตร

โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ตามเมืองใหญ่จะช่วยให้รถยนต์สามารถชาร์จไฟในที่สาธารณะ และแม้กระทั่งใช้ “พลังงานทางเลือก” ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น พลังงานลม เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหินอีกต่อไป

วิธีนี้ จะช่วยให้แต่ละเมืองสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ควบคู่ไปกับการลดมลภาวะทางเสียง เพราะเครื่องยนต์ไฟฟ้าเดินเงียบมาก

แบตเตอรี่แรงสูง

นักวิทยาศาสตร์ไอบีเอ็มและองค์กรพันธมิตร กำลังทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงแบตเตอรี่ให้ดีขึ้น โดยเน้นหนักที่เทคโนโลยี “ลิเธียมแอร์” (Lithium Air) เพื่อให้แบตเตอรี่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์และรถประจำทาง สามารถเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานได้มากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไออ้อน ซึ่งใช้ในรถไฟฟ้าและรถไฮบริดในปัจจุบัน

เนื่องจากแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้จะมีน้ำหนักเบากว่า ปลอดภัยกว่า และราคาถูกกว่า ดังนั้น จึงอาจเห็น “รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 4 ที่นั่ง” สามารถวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และแทนที่จะต้องเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน รถยนต์เหล่านี้ จะสามารถชาร์จไฟที่บ้านโดยใช้เต้าเสียบปลั๊กไฟรุ่นใหม่

ความพยายามต่อเรื่องดังกล่าวต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของ ไอบีเอ็มและองค์กรพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านวัสดุศาสตร์ นาโนเทคโนโลยี เคมีสีเขียว (Green Chemistry) และ ซูเปอร์คอมพิวติ้ง เป็นต้น

เทคโนโลยีต่างๆ

AC power  อัตราการส่งผ่านพลังงานต่อเวลาจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับในสู่เครื่องใช้ไฟฟ้า

คำอธิบาย โดยพื้นฐานวงจรไฟฟ้ากระแสสลับจะประกอบด้วย แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ สำหรับวงจรที่ประกอบขึ้นจากแหล่งกำเนิดกับตัวต้านทาน ศักย์ไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดจะมีเฟสเดียวกับกระแส่ที่ไหลผ่านตัวต้านทาน ในวงจรนี้ตัวต้านทานจะได้รับพลังงานจากแหล่งกำเนิดอย่างสูงสุด เมื่อเราเพิ่มตัวเก็บประจุหรือตัวเหนี่ยวนำในวงจร อุปกรณ์ทั้งสองที่เพิ่มศักย์มีเฟสต่างไปจากกระแส ซึ่งจะทำให้พลังงานที่ส่งไปถึงตัวต้านทานมีค่าน้อยลง ยกเว้นในกรณีพิเศษที่เรียกว่า เรโซแนนท์ ซึ่งในกรณีพิเศษนี้ค่าพลังงานที่ไปสู่ตัวต้านทานจะเป็นค่าสูงสุด สมการที่ใช้คำนวณค่า AC power จะเขียนในรูปพลังงานสูงสุดเฉลี่ย คูณ ตัวประกอบกำลัง (power factor) ซึ่ง power factor จะเป็นฟังก์ชันโคไซน์ของมุมเฟสต่างระหว่างศักย์และกระแส

Cogeneration คำนี้ประกอบจากสองส่วนได้แก่ Co- และ –generation Co- ที่ต่อหน้าจะหมายถึงร่วมกัน และ generation จะหมายถึงการผลิต cogeneration จึงหมายถึงการผลิตที่ได้ผลผลิตสองอย่างขั้นไปจากวัตถุดิบเดียว ตัวอย่างหนึ่งสำหรับโรงไฟฟ้าที่มีระบบ cogeneration จะนำพลังงานกลไปผลิตกระแสไฟฟ้า ความร้อนที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้าจะไม่ถูกทิ้งสู่สิ่งแวดล้อมอย่างสูญเปล่า แต่จะนำความร้อนที่เหลือนี้มาใช้ด้วย

Combined cycle การรวมสองวัฏจักร เป็นระบบของเครื่องจักรผลิตกระแกไฟฟ้าจากความร้อนสองเครื่องขึ้นมามาต่อร่วม กัน เครื่องแรกจะใช้ความร้อนจากแหล่งความร้อนโดยตรง ความร้อนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องที่สองเพื่อผลิตพลังงานต่อไป วิธีการนี้จะทำจะทำให้ระบบรวมมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและใช้พลังงานความร้อนได้อย่างคุ้มค่า

Cooling tower เครื่องทำความเย็น เป็นอุปกรณ์ระบายความร้อนที่ไม่สามารถนำไปใช่ต่อได้ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นอุปกรณ์ที่มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดที่ใช้ในบ้านเรือนจนถึงขนาดใหญ่อย่าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การระบายความร้อนจะใช้หลักการนำความร้อน พาความร้อน และการเปลี่ยนสถานะร่วมกัน เช่นระบบระบายความร้อนโดยใช้น้ำ เมื่อผ่านน้ำไปสู่ที่ที่มีความร้อนน้ำจะดูความร้อนจำนวนมากแล้วเปลี่ยนเป็น ไอน้ำจากนั้นไอน้ำจะพาความร้อนออกสู่บรรยากาศ

Induction generator การผลิตไฟฟ้ากระแสสลับโดยใช้หลักการของมอเตอร์ มอเตอร์แต่ละเครื่องจะมีความมุมขีดเริ่มซึ่งเมื่อเรานำพลังงานจากภายนอกมา หมุนมอเตอร์ให้มีจำนวนรอบต่อเวลามากกว่าความถี่ขีดเริ่ม มอเตอร์จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า AC ได้ แหล่งความพลังงานจากภายนอกจะได้แน่ พลังงานความร้อน พลังงานลม

Micro CHP หรือ Micro combine heat and power เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ผลิตได้ทั้งไฟฟ้าและความร้อนจากหลักการของ cogeneration อุปกรณ์นี้เหมาะสมที่จะใช้ตามบ้านเรือน ตัวอย่างของ Micro CHP คือ solar cell ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาบ้าน solar cell จะนำพลังงานแสงมาผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ความร้อนที่เหลือจากแสงอาทิตย์ยังถูกนำไปใช้ต้มน้ำเพื่อเป็นน้ำร้อนสำหรับใช้ดื่มหรือใช้อาบ Microgeneration อีกชื่อเรียกหนึ่งของ Micro CHP

Rankine cycle คือ วัฏจักรของน้ำที่อยู่ในเครื่องผลิดกระแสไฟฟ้า เป็นกระบวนการหนึ่งที่จะเปลี่ยนพลังงาน (จากเชื้อเพลิงหรือจากแหล่งความร้อนอื่น) ไปสู่พลังงานกล (หมุนมอเตอร์เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า) วัฏจักรจะประกอบด้วย น้ำรับความร้อนจากแหล่งความร้อนจากภายนอกแล้วกลายเป็นไอน้ำที่มีความร้อนสูง ไอ้น้ำไปหมุนมอเตอร์ทำให้ไอน้ำเสียพลังงานและเย็นลง ไอ้น้ำความร้อนต่ำจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการควบแน่น เป็นกระบวนการดึงความร้อนออกจากไอน้ำ และไอน้ำจะกลายเป็นน้ำ น้ำจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการเดิมอีกครั้ง กระบวนการทั้งหมดเป็นวัฏจักรปิด

Virtual power plant เป็นกลุ่มของ Micro CHP และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างกังหันลม ที่ทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเดียว ในระบบบ้านแต่ละหลังจะมีเครื่องผลิตไฟฟ้าติดตั้งอยู่ และเครื่องผลิตไฟฟ้าทุกเครื่องจากทุกบ้านจะเชื่อมต่อกันผ่านสถานีควบคุมหลัก ซึ่งจะควบคุมการใช้ไฟฟ้า การซื้อขายไฟฟ้าของแต่ละบ้าน รวมถึงการเก็บไฟฟ้าที่เหลือใช้ตามบ้านสำหรับไฟฟ้าสำรองด้วย

ซีเกทผุดฮาร์ดดิสก์ 4TB ตัวแรกของโลก

และแล้ว ซีเกท (Seagate) บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ชั้นนำของโลกก็ได้เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ความจุ 4TB (ประมาณ 4 พันกิกะไบท์) โดยใช้จานดิสก์ความจุ 1TB ทำงานร่วมกัน 4 แผ่นภายในฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่

ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือแก็ดเจ็ตที่พัฒนาออกมาคือ นวตกรรม ชิ้นแรกของโลก ซึ่งว่ากันตามจริง ฮาร์ดดิสก์ (HDD) 3.5″ ความจุ 4TB ของ Seagate ทีใช้สำหรับเครื่องเดสก์ทอป ก็ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกของโลกที่มีความจุขนาดนี้ ที่สำคัญมันใช้เทคนิคการเพิ่มความจุที่พบเห็นได้ทั่วไปนั่นก็คือ การเพิ่มจานดิสก์เข้าไปในฮาร์ดดิสก์ แต่เข้าใจว่า การเป็นฮาร์ดดิสก์ 4TB ตัวแรกของโลกน่าจะหมายถึงการออกแบบจานดิสก์หนึ่งแผ่นทีสามารถมีความจุได้สูงถึง 1TB มากกว่า ซึ่งเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ผลลัพธ์การพัฒนาจานดิสก์ความจุสูงขนาดนี้ ทำให้ฮาร์ดดิสก์ 4TB ของ Seagate มีข้อได้เปรียบในเชิงประหยัดพลังงานด้วย โดยจะใช้พลังงานน้อยกว่าคู่แข่งในตลาดที่ความจุเดียวกันถึง 35% (รอบหมุนจานต่ำกว่าคือแค่ 5,900 rpm แทนที่จะเป็น 7,200 rpm แบบของคู่แข่ง) อีกทั้งยังมีอัตราการส่งถ่ายข้อมูลสูงทีสุดอีกด้วยคือ 145MB/s

ฮาร์ดดิสก์ 4TB ของ Seagate จะมาพร้อมกับหน่วยความจำแคช 64MB สนับสนุนมาตรฐานการเชื่อมต่อ SATA 3 (6Gbps) แต่ก็สามารถใช้กับมมาตรฐาน SATA ก่อนหน้านี้อย่าง SATA 2 (3Gbps) และ SATA (1.5Gbps) ทั้งนี้ซีเกทเปิดเผยว่า ฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้เป็นฮาร์ดดิสก์ภายในเดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ และฮาร์ดดิสก์ภายนอก ซึ่งรวมถึงการทำ NAS ด้วย ปกติฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุตั้งแต่ 2TB ขึ้นไปจะต้องการระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ (ตั้งแต่ Windows 7 ขึ้นไป) และใช้ UEFI BIOS ถึงจะทำงานได้ แต่สำหรับฮาร์ดดิสก์ 4TB รุ่นนี้จะมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ DiskWizard ที่เปิดโอกาสให้มันสามารถทำงานร่วมกับ Windows XP ได้ด้วย แต่ถ้าต้องการใช้มันเป็นฮาร์ดดิสก์สำหรับการบูทเครื่องด้วยล่ะก็ ระบบต้องใช้ UEFI BIOS เท่านั้น เหนืออื่นใดนอกจากความจุ ประหยัดพลังงาน และความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล HDD 4TB ของ Seagate รุ่นนี้ยังมีราคาแค่ 190 เหรียญฯ (ประมาณ 5,700 บาท) ถ้ารวมเคสด้วยจะขยับขึ้นเป็น 212 เหรียญฯ หรือประมาณ 6,400 บาท

 

เเบตเตอรี่กระดาษ (SoftBatterys)

เเบตเตอรี่ชนิดใหม่ ที่ไม่ต้องนำไปรีไซเคิลหลังใช้ เสร็จเเล้ว เเต่ใช้เเล้วทิ้งเลยเเบบเศษขยะทั่วไปได้ถูก

พัฒนาขึ้นเเล้วโดยบริษัทEnfucell ของFinland เเบตเตอรี่ดังกล่าวสามารถตัดปัญหาการรั่วไหลของโลหะเเละสารอัลคาไลน์ที่พบ เจอในเเบตเตอรี่ทั่วๆไป อีกทั้งยังช่วยรักษาสิ่งเเวดล้อมด้วยเซลล์เชื้อเพลิงที่สร้างจากกระดาษนี้ทำงานด้วยหลักการเดียวกันกับถ่านนาฬิกา เเละถ่านไฟฉาย ไอออน(Ion) เดินทางจากขั้วลบ(anode) ผ่านสารละลายelectrolyte ไปสู่ขั้วบวก(cathode) ก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้า เเต่เเทนที่จะให้ไอออนเดินทางในกรอบโลหะซึ่งเต็มไปด้วยโลหะเป็นพิษอย่าง Lithium ทางบริษัท Enfucell ใช้กระดาษเเผ่นบางๆเป็นเส้นทางลำเลียงไอออน โดยเคลือบด้านนึงของกระดาษด้วยสังกะสี (zinc) เเละอีกข้างด้วยเเมงกานีส ไดออกไซด์(Manganese dioxide) ไอออนจะไหล ผ่านสารละลายของน้ำเเละ zinc chlorideภายในกระดาษ

เจ้าเเบตเตอรี่1.5V(เท่ากับถ่านไฟฉาย)ตัวนี้ไม่ได้เเค่เป็นมิตรกับสิ่งเเวด ล้อม เเต่ยังถูกด้วย เมื่อผลิตในจำนวนมากก็จะสามารถขายได้ในราคาชิ้นละหนึ่งเพนนี(ไม่ถึงบาท) โดยมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ความบาง 4 ม.ม. ความกว้างเเละยาวอยู่ที่ 5×5 ซ.ม.

SoftBatterysไม่สามารถให้พลังงานได้นานพอสำหรับกล้องดิจิตอลหรือนาฬิกาข้อ มือ เเต่เหมาะสำหรับระบบการชี้เฉพาะด้วยคลื่นความถี่วิทยุ RFID(Radio Frequency Identification)tag หรือเเผ่นป้ายส่งข้อมูลไร้สายที่กำลังมาเเทนที่ระบบบาร์โค้ด ตัวอย่างการใช้ระบบRFID ก็เช่นเเผ่นป้าย ติดตัวสินค้าในร้านค้า มันสามารถทำให้เรารู้ได้ว่ามีสินค้าในสต็อกเท่าไหร่ เเบตเตอรี่จะเหมาะกับความบางของเเผ่นป้ายมาก

ข้อดีอีกอย่างคือ เเผ่นป้ายRFIDที่มีเเบตเตอรี่ในตัวเองจะส่งสัญญาณได้ชัดเจนเเละไกลกว่า เเบตเตอรี่ก็ไม่ถูกใช้อย่างสิ้นเปลือง เพราะพลังงานจะถูกนำมาใช้เฉพาะตอนที่เเผ่นป้ายส่งสัญญาณเท่านั้น นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณผ่านของเหลวเเละอะลูมิเนียม สองอย่างที่มักบล็อกสัญญาณได้ด้วย

บัตรอวยพรที่มีเสียงดนตรี เเผ่นพับโฆษณาสินค้า เเละเเผ่นปะชนิดต่างๆก็สามารถนำเเบตเตอรี่กระดาษไปใช้พัฒนาให้ดีขึ้นได้ เช่นจะทำให้เเผ่นปะกันรอยย่นเเละตีนกา(Anti-wrinkle patch) เเละ เเผ่นปะช่วยลดอาการอยากบุหรี่ (Stop-smoking patch) มีประสิทธิภาพดีขึ้น สมมุติว่าคุณใช้เเผ่นปะ นิโคตินเป็นประจำ เเต่เช้านี้รู้สึกอยากบุหรี่เป็นพิเศษ คุณก็เเค่กดปุ่ม เเบตเตอรี่จะจัดการให้

ORIGOSafe อุปกรณ์ป้องกันการแชทมือถือขณะขับรถ

ORIGOSafe อุปกรณ์ป้องกันการแชทมือถือขณะขับรถ

ในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใคร ๆ ก็มีสมาร์ทโฟนพกติดตัวกันอย่างในปัจจุบันนี้ ซึ่งผู้ที่ต้องขับรถเดินทางไปไหนมาไหนบางคนอาจมีนิสัยชอบกดมือถือ เล่นแชท อัพสเตตัส ส่งข้อความหาคนนั้นคนนี้ ในขณะที่กำลังขับรถอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ๆ แม้บางคนอาจจะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นอันตราย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพิมพ์แชทตอบเวลามีเพื่อนทักมา หรืออาจด้วยนิสัยความเคยชินก็ตามแต่ วันนี้เราจึงได้นำอุปกรณ์ที่ชื่อ ORIGOSafe มาแนะนำให้ผู้ใช้ถนนหนทางที่ติดนิสัยใช้สมาร์ทโฟนขณะขับรถให้สามารถแก้นิสัยของตัวเองได้กันด้วยล่ะ  ORIGOSafe เป็นอุปกรณ์สำหรับติดตั้งในรถยนต์ที่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันการใช้งานสมาร์ทโฟนขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบขึ้นมาคุย, พิมพ์ข้อความแชท หรืออะไรก็ตามทำให้สูญเสียสมาธิและความสามารถในการขับรถ ซึ่งนำพาไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ โดยหลักการทำงานของเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ก็คือ ก่อนที่ผู้ใช้จะสามารถขับเคลื่อนรถออกไปได้ จะต้องใส่สมาร์ทโฟนลงในช่องของ ORIGOSafe เสียก่อน ไม่งั้นจะไม่สามารถขับรถออกไปไหนได้ทั้งนั้น ซึ่งเป็นตัวช่วยบังคับไม่ให้ผู้ที่ขับรถเผลอ (หรืออาจตั้งใจ) หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้งานในขณะที่กำลังขับรถอยู่ แต่ถ้าหากมีเหตุจำเป็นต้องใช้โทรติดต่อธุระสำคัญขึ้นมาล่ะจะทำยังไง… ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะเจ้า ORIGOSafe นี้สามารถให้คุณสนทนาผ่านทางหูฟัง Bluetooth ได้เหมือนปกติเลย และในขณะที่สมาร์ทโฟนถูกเก็บอยู่ใน ORIGOSafe จะมีการชาร์จแบตเตอรี่ให้อัตโนมัติอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของอุปกรณ์ได้ตามใจชอบ ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถติดตั้งอุปกรณ์นี้บนรถยนต์ของลูก ๆ เพื่อความสบายใจว่าลูก ๆ ของท่านจะไม่ขับรถไปพร้อมกับใช้สมาร์ทโฟนอย่างประมาทแน่นอน ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้ออุปกรณ์ ORIGOSafe สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ Drive ORIGO เลย ในราคา $279 หรือประมาณ 8,500 บาท โดยในตอนนี้อุปกรณ์ดังกล่าวรองรับเฉพาะ iPhone 4, 4S, 5 และ Samsung Galaxy S3 เท่านั้น ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ คงต้องรอไปก่อนนะค่ะ

แนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคต

        เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบัน  และแนวโน้มของเทคโนโลยีต่าง ๆ กันนะครับ  ซึ่งในปัจจุบันนี้สิ่งที่กำลังได้รับความสนใจก็คือ   เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม  ซึ่งเป็นการการสื่อสารที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย ขณะเดียวกันพัฒนาการทางเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมก็ได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกมากครับเรามาดูเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน

แนวโน้มใน ด้านบวก

การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ช่องทางการดำเนินธุรกิจ เช่น การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การผ่อนคลายด้วยการดูหนัง ฟังเพลง และบันเทิงต่างๆ เกมออนไลน์

การพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อ่านตัวอักษรหรือลายมือเขียนได้ การแสดงผลของคอมพิวเตอร์ได้เสมือนจริง เป็นแบบสามมิติ และการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส เสมือนว่าได้อยู่ในที่นั้นจริง

การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูล ฐานความรู้ เพื่อพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญและการจัดการความรู้

การศึกษาตามอัธยาศัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรียนการสอนด้วยระบบโทรศึกษา (tele-education) การค้นคว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องสมุดเสมือน (virtual library)

การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินการของภาครัฐที่เรียกว่า รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government) รวมทั้งระบบฐานข้อมูลประชาชน หรือ e-citizen

แนวโน้มใน ด้านลบ

ความผิดพลาดในการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์ ทั้งส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ที่เกิดขึ้นจากการออกแบบและพัฒนา ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบและสูญเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา

การละเมิดลิขสิทธิ์ของทรัพย์สินทางปัญญา การทำสำเนาและลอกเลียนแบบ

การก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ การโจรกรรมข้อมูล การล่วงละเมิด การก่อกวนระบบคอมพิวเตอร์

การสื่อสารผ่านดาวเทียม (satellite-based communication)

เนื่องจากท้องที่ทางภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หุบเขา หรือเป็นเกาะอยู่ในทะเล การสื่อสารที่ดีวิธีหนึ่งคือการใช้ดาวเทียม ดาวเทียมได้รับการส่งให้โคจรรอบโลก โดยมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับการหมุนของโลก ทำให้ดาวเทียมอยู่ในตำแหน่งคงที่เมื่อมองจากพื้นโลก ดาวเทียมจะมีเครื่องถ่ายทอดสัญญาณติดตั้งอยู่ การสื่อสารโดยผ่านดาวเทียมจะทำโดยการส่งสัญญาณสื่อสารจากสถานีภาคพื้นดินแห่งหนึ่งขึ้นไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียมรับก็จะส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินอีกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง เราจึงใช้ดาวเทียมเพื่อแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์ได้

การรับจะครอบคลุมพื้นที่ที่ดาวเทียมลอยอยู่ ซึ่งจะมีบริเวณกว้างมากและทำได้โดยไม่มีอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ เช่น มีแนวเขาบังสัญญาณ ดาวเทียมจึงเป็นสถานีกลางที่ถ่ายทอดสัญญาณจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้

ปัจจุบันประเทศไทยมีดาวเทียมไทยคมสามดวงลอยอยู่เหนือประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย ดาวเทียมไทยคมนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการสื่อสารของประเทศได้มาก เพราะเป็นการให้บริการสื่อสารของประเทศในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณจากวิทยุ สัญญาณข้อมูลข่าวสารต่างๆ

การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง (fiber optic)

เส้นใยนำแสงมีลักษณะเป็นท่อแก้วที่อ่อนตัวอยู่ในสายที่หุ้มด้วยพลาสติก ลักษณะของท่อแก้วหุ้มด้วยสารพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหของแสงอยู่ภายในท่อแก้ว ดังนั้นเราสามารถส่งแสงจากปลายด้านหนึ่งให้ไปปรากฏที่ปลายอีกด้านหนึ่งได้ แม้ว่าเส้นใยนำแสงนั้นจะคดงอไปอย่างไรก็ตามก็จะส่งแสงเข้าไปในท่อแก้วได้ เมื่อมีการนำเอาข้อมูลเข้าไปผสมกับแสง เพื่อให้แสงกระพริบตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ทำให้เรารับส่งสัญญาณข้อมูลไปกับแสงได้ การรับส่งข้อมูลเข้าไปในแสงทำได้มากและรวดเร็ว

ปัจจุบันในประเทศไทยมีการวางเครือข่ายเส้นใยนำแสงไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั้งใต้ดิน และที่แขวนไปตามเสาไฟฟ้า มีการวางเชื่อมโยงกันระหว่างจังหวัด เพื่อให้ระบบสื่อสารเป็นเสมือนเส้นทางด่วนที่รองรับการสื่อสารของประเทศ

โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Network : ISDN)

ลักษณะเครือข่ายนี้เป็นการขยายการบริการจากระบบโทรศัพท์เดิมให้เป็นระบบดิจิทัลคือส่งสัญญาณข้อมูลตัวเลขแทนเสียง แทนภาพ แทนข้อมูล การสื่อสารโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเน้นการประยุกต์ใช้งานหลายอย่างบนเครือข่ายเดียวกัน โดยวางฐานขยายจากโทรศัพท์ เช่น ในสายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านเรือนผู้ใช้ สามารถประยุกต์ให้เป็นระบบโทรศัพท์ที่เห็นภาพ ใช้ส่งโทรสาร ใช้เป็นระบบการประชุมทางวีดิทัศน์ ใช้ในการส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมกันบนสายสื่อสารเดียวกันโครงข่ายบริการสื่อสารร่วม   ระบบดิจิทัลควรได้รับการพัฒนา โดยวางโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับความเร็วของการรับส่งข้อมูลได้สูงขึ้น

ระบบเครือข่ายสวิตชิง (switching technology)

ด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงที่มีความเร็วสูงทำให้การสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสงในการส่งผ่านข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้ด้วยความเร็วหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที เอทีเอ็มสวิตชิงจึงเป็นเทคโนโลยีของการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่จะรองรับการใช้งานแบบสื่อประสม ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เครือข่ายด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงภายในองค์กรของตนเอง และมีแนวโน้ม การขยายตัวเพื่อรองรับระบบนี้สำหรับเครือข่ายระยะไกลในอนาคตต่อไป